เจ้านายครับ.. รักต้องอ้วน 14
posted on 12 May 2012 21:37 by kalondong in Story-from-Husky directory Fictionเจ้านายครับ .. รักต้องอ้วน
มาแล้วค่ะ ช่วงนี้เหนื่อยจังเลย
ไปอ่านกันเถอะนะคะ
ปริศนา จะค่อยๆคลายทีละน้อย เรื่องนี้ ตัวเดินเรื่องคือ เจ้าหมอก ที่ตัวติดกับกฤตตลอดเวลา
เพราะงั้น ทุกอย่างจะอยู่ในมุมมองฝั่งกฤตและหมอก ทุกเหตุการณ์ที่เล่าหมอกจะต้องมีส่วนร่วม
ดังนั้นแล้ว.. หมั่นไส้นายกฤตคนละนิด หยิกแก้มนินทีล่ะหน่อยไปก่อนนะคะ
บทที่ 14
คืนวันศุกร์นี้หมอกต้องมานอนชะเง้อคออยู่บนโซฟาห้องรับแขกเพียงลำพังตัวเดียวเดี่ยวๆ ไม่มีใครมานั่งอยู่กับผมเหมือนอย่างที่ผ่านมา ไม่รู้ว่าอยู่ตรงนี้มานานแค่ไหนแล้ว พอหันไปดูนาฬิกาตัวใหญ่ทรงโบราณแบบตั้งพื้นอีกที หน้าปัดของมันก็บอกว่าขณะนี้ก็ล่วงเข้าวันใหม่มาได้เกือบสองชั่วโมง
..งั้นนี่ก็เช้าวันเสาร์แล้วสินี่
ตั้งแต่มีคุณนินมาอยู่ด้วย วันนี้คงเป็นวันแรกล่ะมั้งที่ผมได้ทำหน้าที่อยู่เวรเฝ้ายามแบบที่หมาทั่วๆไปเขาทำกัน
เสียงเครื่องยนต์รถดังมาจากทางหน้าบ้านทำให้ผมต้องรีบลุกไปดู รถแท็กซี่สีเหลืองเขียวที่จอดอยู่ชิดรั้วทำให้ผมรู้ทันทีว่าคนที่ผมรักกลับมาแล้ว ร่างของคนสามคนค่อยๆลงจากรถ นายล้วงหยิบกุญแจบ้านจากกระเป๋ากางเกงขึ้นมาไข เปิดให้คุณนินและคุณปราชญ์ได้เข้ามาตาม ร่างสูงสะบัดรองเท้าไปคนละทาง ลำบากคุณนินที่ถอดวางเรียบร้อยแล้วต้องมาเก็บให้ทีหลัง ส่วนคุณปราชญ์น่ะเรียบร้อยอยู่แล้วครับ
กลิ่นแอลกอฮอล์ที่โชยมาจากตัวของทั้งสามคนฉุนกึ้กจนผมมั่นใจว่าต่อให้ไม่ใช่หมา และอยู่ในรัศมีสามเมตรนี่ต้องได้กลิ่นแน่ๆ
ไม่ต้องแปลกใจครับ คนที่อัญเชิญน้ำเมาเข้าปากคราวนี้ไม่ได้มีแค่นายคนเดียว แต่รวมไปถึงคุณปราชญ์และลูกหมูน้อยของผมด้วย ยังดีที่ทั้งสามคนดูแล้วยังอยู่ในสภาพที่ดี ไม่ได้เดินเซหรือพูดจาอ้อแอ้อะไร ประมาณว่าสติสตังอยู่ครบ ถามตอบรู้เรื่องแค่ขับรถไม่ได้นั่นแหละครับ
เฮ้อ.. ผมค่อยโล่งอกหน่อย
นายกับคุณปราชญ์เนี่ยรู้มือกันดีอยู่แล้วว่าคอทองแดงเรียกพี่ ดื่มกันได้เหมือนดื่มน้ำเปล่า ห่วงอยู่ก็แค่คุณนินนี่ล่ะครับ พอเห็นคุณนินผมถึงวางใจ
คุณนินเดินตรงไปที่ครัว จัดการชงน้ำหวานให้ทุกๆคนดื่ม แล้วอุ่นอาหารนิดๆหน่อยๆเท่าที่มีอยู่ในตู้เย็นออกมาให้ได้ทานกันด้วย จัดแจงเรียกสองหนุ่มที่นั่งเอนอยู่กับโซฟาห้องรับแขกให้ย้ายร่างหล่อๆเข้าไปในห้องทานข้าว คุณปราชญ์ดูจะงงๆอยู่สักหน่อยส่วนนายนั่งรอพร้อมทานแต่โดยดี พยักเพยิดเป็นเชิงว่าให้ทำตามที่คุณนินว่านั่นแหละ
“นินให้กินอย่างนี้แล้วเราจะนอนยังไงล่ะเนี่ย”คุณปราชญ์พูดมายิ้มๆ
“เถอะน่า ทานพวกที่มันมีน้ำตาลไปก่อน ไม่งั้นเดี๋ยวจะแย่เอานะ”
“ทีกับปราชญนี่พูดดีเชียว ทุกทีกับฉันนี่สั่งเอาๆ”แม้ว่าแอลกอฮอล์จะสามารถฆ่าเชื้อได้ แต่มันก็ไม่สามารถฆ่าเพื่อนของผมที่อยู่ภายในตัวนายได้จริงๆซะด้วย กวนได้กวนดี นายใครวะ?
“โอ๊ย ใครเขากล้าสั่งมึงวะกฤต กลัวคุณชายกันหมดแล้ววว เอ้อ แล้วนี่นินลุกมาทำอย่างนี้ให้กฤตมันทุกครั้งปะเนี่ย”ประโยคหลังหันไปถามเอากับคุณนินที่นั่งอยู่ข้างๆตัว คุณนินก็พยักหน้ารับครับ
ผมยังไม่ได้บอกใช่มั้ยฮะว่าคุณนินนั่งที่เก้าอี้ข้างๆคุณปราชญ์ส่วนนายนั่งอยู่ตรงข้าม
ตาคมๆของคุณปราชญ์มองนายด้วยแววตำหนินิดหน่อยแฮะ
“เรานอนดึกอยู่แล้วน่ะปราชญ์ ไม่อยากให้ป้านิดแกต้องลุกมาดึกๆดื่นๆ แก่แล้วด้วย อีกอย่าง ตั้งแต่ฉันมาอยู่ กฤตไปเที่ยวแค่ไม่เท่าไหร่เอง” เป็นเพราะเรื่องยุ่งๆและความปลอดภัยที่หาได้ยากทำให้นายไม่ค่อยได้มีโอกาสไปร่อนบ่อยนักในคืนวันศุกร์ที่คนพลุกพล่าน แต่วันธรรมดาที่ไปแค่นั่งดื่มสบายๆกับเพื่อนไม่ได้อยู่ถึงข้ามวันใหม่ก็ยังมีอยู่บ้างครับ เพียงแค่อันนี้คุณนินไม่ได้มีเวลามาดูแลเท่านั้นเอง
“คนดีจริงๆเลยนินเนี่ย ออกตัวแทนมันอีก ทำไมโชคร้ายต้องมาอยู่กับกฤตมันด้วย เลวๆอย่างมึงซึ้งกะความดีเป็นไหมวะ”
คุณนินหัวเราะ แต่นายเริ่มหน้าหงิก
โธ่ คุณปราชญ์ครับ นายผมน่ะนะ .. ซึ้งงงงไปถึงหัวใจเลยนา
“กูจะซึ้งกับความดีของมึงด้วยนะปราชญ์ถ้ามึงจะเลิกแดกกูสักที”
“ไม่อะ มึงผู้ชาย ..ถึกเกิน กูแดกไม่ลง”
“แปลว่าถ้าเป็นสาวสวยๆอย่างในผับเมื่อกี๊มึงจะแดก?”
“ก็เหี้ยแล้วครับ ถามอะไรก็สงสารกูแล้วก็เกรงใจนินหน่อยเหอะ ขืนพลอยรู้กูก็แห้วดิ”คุณปราชญ์ครวญมาเสียงอ่อย
“ไม่หรอก เรื่องเอ้อ.. ในผับ ผู้ชายด้วยกันก็พอเข้าใจอยู่”คุณนินออกตัวมาก่อน
คราวนี้นายผมม้าหมากรุกมาเอง “เข้าข้างกันเข้าไป จะมีใครเลวเท่านายกฤตคนนี้มั้ยเนี่ย”
คุณนินยิ้มขำแล้วหันหน้าไปทางอื่น ส่วนคุณปราชญ์ส่ายหน้าดิก .. นายผมคงได้คำตอบแล้วล่ะครับ
คุณๆสามคนคุยเรื่องนั้นเรื่องนี้ไปเรื่อยระหว่างรออาหารย่อย แซวกันเองถึงสภาพแต่ละคนในผับ คุณนินไม่เท่าไหร่นะ จากที่ผมฟังๆ เห็นว่าโยกตัวตามจังหวะเพลงนิดหน่อยแล้วก็ดื่มเลยไม่ค่อยมีประเด็น คุณปราชญ์แกล้งนายว่าครั้งนี้เพลย์บอยไม่ค่อยสนสาวๆอย่างเคย เห็นว่าสาวหยอดมาก็ยิ้มรับตามมารยาทแค่นั้น เข้าร่วมกลุ่มกับพวกหมอๆเสียมากกว่า
แหม ให้สานต่อกับสาวๆต่อหน้าคุณนิน .. นายก็คิดหนักนะครับ แค่นี้ก็ภาพพจน์ยอดแย่ในสายตาลูกหมูสุดๆแล้ว
คุณปราชญ์เป็นคนเฮฮาดีนะ ผมชอบล่ะ อยู่กับคุณปราชญ์จะมีเรื่องให้ยิ้มให้หัวเราะได้ตลอดเลย แต่แล้วคำเปรยของคุณนินก็ทำให้เสียงหัวเราะร่วนของคุณปราชญ์กลายเป็นเสียงหัวเราะแหะๆแทนเสียนี่
“แปลกดีเนอะ กฤตกับปราชญ์ก็ไปเที่ยวที่นี่เหมือนกันเลย”
คุณปราชญ์ชะงักไปพักหนึ่งก่อนจะยิ้มระรื่นกลบเกลื่อน มองตานายเป็นเชิงให้นายคิดหาทางออกเอาเอง
“อืม ไอ้บาสกับโชติมันนึกครึ้มขึ้นมาแล้วมาชวนเลยได้ไปที่เดียวกับนินนี่ล่ะ” นายอ้างถึงกลุ่มเพื่อนในคณะที่ไปด้วย ที่ฟังๆมาเมื่อครู่เห็นว่าบังเอิญไปเจอกัน โต๊ะก็อยู่ติดๆกันด้วยเลยได้จอยกันหน่อย
แต่ผมมั่นใจว่าไอ้ที่โต๊ะใกล้กันนี่.. ไม่น่าจะบังเอิญหรอกมั้ง
ก็ขนาดที่ไปผับเดียวกันนี่ยังไม่บังเอิญเลยนี่นา!!!
คุณนินบอกกับนายตั้งแต่คืนวันพุธที่ได้โทรศัพท์คุยกันแล้วว่าวันศุกร์นี้มีกลุ่มเพื่อนเขาชวนอยากให้ไปเที่ยวกัน เห็นว่ามีคนอกหักหรือไงนี่ล่ะครับ แล้วอยากปลดปล่อย ทีนี้ตัวตั้งตัวตีนี่ก็สนิทกับคุณนินพอสมควรคุณนินเลยยอมไปด้วย
สุดหล่อผู้ชาญฉลาดอย่างนายไม่ห้ามแล้วครับ มีบทเรียนมาแล้วนี่ เลือกชวนคุยไปเรื่อยๆแทน ถามว่าไปที่ไหน ยังไง กี่โมง ไปกันกี่คน ก็คุยกันนานอยู่กว่าจะได้ข้อมูลที่ต้องการมาครบ เสียแต่ว่านี่มันวันพุธ กว่าจะถึงวันศุกร์ก็อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงได้อีก นายเลยขอให้วันศุกร์ช่วงเย็นๆให้คุณนินโทรมาหาสักหน่อย จะได้รู้ว่าอยู่ที่ไหน
คุณนินโทรมาบอกนายตามที่สัญญาไว้ แต่สถานที่ที่จะไปเพื่อนๆคุณนินก็ยังคิดๆกันอยู่ อาจจะเป็นที่RCA นายนิ่วหน้าทันทีที่ได้ยินคำตอบ รู้สึกว่านายจะไม่ค่อยอยากให้คุณนินไปแถวนี้นัก ในความเห็นนายดูนายจะคิดว่าที่ทองหล่อน่าจะปลอดภัยกับลูกหมูน้อยมากกว่า นายเลยเสนอให้ไปร้านประจำของนายที่ทองหล่อ นายบอกเบอร์ร้านแล้วให้ใช้ชื่อนายจองโต๊ะ จะได้โต๊ะหน้าๆเวลามีวงมาเล่น เพื่อนๆคุณนินตะครุบรับข้อเสนอนี้ของนายทันทีเพราะว่าผับนี้ดังอยู่แล้ว ส่วนวงที่เล่นขึ้นชื่อมากในเรื่องความมันครับ
จากข้อกำหนดทางร้านที่อนุญาตให้ใช้ชื่อเดียวในการจองแต่ละครั้ง นายเลยบังคับล็อคคอคุณปราชญ์กับลากเพื่อนอีกสองคนไปดึ่งดึ๊งเสียด้วยกัน คนที่ฉลาดเป็นกรดแล้วทันนายแทบทุกอย่างอย่างคุณปราชญ์รู้ได้ทันทีว่าต้องมีอะไรทะแม่งๆ บังคับให้นายคายเหตุผลออกมาให้หมด
จำได้ไหมครับ ช่วงแรกๆที่คุณปราชญ์จะจีบคุณพลอย คุณปราชญ์เคยท้าว่าอย่ามาขอให้ช่วยถ้าเจอใครที่รักจริงๆ นายบอกไปว่าไม่มีทาง ผมที่รู้นิสัยนายดีก็ตอบในใจว่านายน่ะไม่ขอร้องหรอก บังคับให้ช่วยเลยมากกว่า
ผิดจากที่ผมบอกไหมล่ะเนี่ย ฮ่าฮ่า
คุณปราชญ์ปล่อยก๊ากเมื่อได้ฟังเรื่องราวจากปากของนาย จับความรู้สึกนายได้ว่านายไม่ได้ชอบใจที่คุณนินไปเที่ยวเท่าไหร่นัก แต่นายก็ไม่อยากขัดเพราะโตๆกันแล้ว หากความเป็นห่วงที่คุณนินถูกปองร้ายก็ยังมีอยู่ นายยังถือว่าความปลอดภัยของคุณนินก็เป็นความรับผิดชอบของนายด้วย คุณปราชญ์เลยยอมช่วย นึกดีใจที่นายกับคุณนินญาติดีกันได้
..ถ้ารู้อะไรลึกกว่านี้ จะยังดีใจอยู่อีกมั้ยน้อ?
หลังจากนั่งคุยกันมาได้สักพักก็ถึงเวลาแยกย้ายกันไปนอน
“ปราชญ์ เดี๋ยวมึงนอนห้องเดิมนะ”คุณปราชญ์พยักหน้ารับก่อนจะชะงักไปแล้วทำสีหน้างุนงง
“ห้องนั้นมันกลายเป็นห้องนินไปแล้วนี่”
“ไม่เป็นไร เดี๋ยวปราชญ์นอนกับฉันก็ได้”มือป้อมๆแตะไหล่หนาของเพื่อนสนิทนาย พูดจาเสนอตัวแบบหวังดี แต่... เอาเป็นว่านัยน์ตาคมกริบสีดำออกขวางขุ่น คนหล่อชักจะไม่สบอารมณ์นั่นแหละครับ
“ปราชญ์นอนห้องนั้น ส่วนนายน่ะ นอนห้องฉัน”
อีกสองคนร้อง “อ้าว” ขึ้นมาพร้อมกันเลย
“ไม่ต้องมาอ้าวหรอกปราชญ์ มึงนอนดิ้นจะตายห่า ทำตัวเหมือนเข็มนาฬิกา หมุนแม่งรอบทิศ กูถึงให้มึงไปนอนแยกไง ไม่งั้นก็ให้มานอนห้องกูแล้ว เตียงห้องนั้นมันเล็กกว่าห้องกูนี่”
ครั้งนี้คุณปราชญ์พยักหน้าตกลงอย่างว่าง่าย หันไปบอกคุณนินว่าไปนอนกับนายน่ะดีแล้ว เขานอนดิ้นจริง คุณนินก็ต้องเลยตามเลยในเมื่อทั้งนายและคุณปราชญ์บอกมาแบบนั้น
นายจัดการลากคุณปราชญ์ไปไว้ที่ห้องคุณนิน แล้วเปิดห้องตัวเองให้คุณนินที่หยิบเสื้อผ้าข้าวของมาแล้วให้เข้าไปด้านใน
“นินไปอาบก่อนแล้วกัน เสร็จแล้วค่อยเรียกฉัน”ว่าพลางทิ้งตัวลงกับเก้าอี้นวมตัวใหญ่
ลับหลังคุณนินผมเห็นเรียวปากบางหยักยิ้มอย่างสมใจ ดูเจ้าเล่ห์น้อยๆแบบน่าหมั่นไส้ ผมถึงนึกขึ้นได้
..เอ๊ะ ที่บ้านเรายังมีห้องรับแขกอีกสองห้องอยู่ข้างล่างนี่นา..
ไม่นานนักคนตัวกลมในชุดนอนสีครีมเสื้อแขนสั้นกางเกงขายาวคล้องผ้าเช็ดผมไว้ที่คอก็ออกมาจากห้องน้ำ ที่เลนส์แว่นแบบไร้กรอบพราวไปด้วยหยดน้ำจนเจ้าตัวต้องถอดออก เดินมาวางไว้ตรงโต๊ะเขียนหนังสือของนาย ผมทรงสั้นเปียกลู่กับศีรษะ ท่าทางว่าจะไม่ยอมเช็ดผมอีกแล้วแฮะ เท่าที่ผมอยู่ด้วยคุณนินชอบปล่อยให้ผมแห้งไปเองครับไม่ชอบเช็ด กลิ่นสบู่หอมๆแบบที่นายชอบใช้ลอยเข้าจมูกผม อืม.. กลิ่นชัดประมาณนี้ นายเองก็น่าจะได้กลิ่นนะ
นายที่ถอดเสื้อเชิ้ตตัวนอกออกเหลือแค่เสื้อยืดสีขาวข้างใน หยิบผ้าเช็ดตัวพาดไว้กับบ่าแล้วเดินไปทางคุณนิน มือใหญ่ขยี้ผมเปียกๆสองทีแล้วทำหน้าเบ้
“หัวเปียกอย่างนี้เดี๋ยวจับไข้มาอีกฉันไม่ดูแล้วนะ”
“เหอะ ตามสบายเลย” ว่ามาแล้วก็เดินไปนั่งนิ่วหน้าเช็ดผมอยู่บนเตียง ก่อนจะร้องโวยขึ้นมาอีก
นายถอดเสื้อยืดตัวในออกตามด้วยกางเกงยีนส์สีดำเหลือแต่บอกเซอร์ โยนผ้าที่ถอดแล้วใส่ตะกร้าตรงมุมห้อง
“เฮ้ย! ทำอะไรของนาย” นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มที่ไม่มีเลนส์แว่นบดบังเบิกกว้างขึ้นด้วยตกใจกับสิ่งที่กำลังเห็น แก้มกลมๆดูจะออกชมพูกว่าปกติอยู่สักหน่อย
“อ้าว จะอาบน้ำนี่ครับคุณ จะให้อาบทั้งเสื้อผ้าหรือไง”
“บ้า ก็ไปถอดในห้องน้ำสิ จะมาโชว์อยู่ทำไม”
“แล้วใครให้นายมองเนี่ย”พูดพร้อมกับเดินเข้ามาใกล้
หน้ากลมๆงอหงิกเลยครับ “ก็อย่ามายัดเยียดเซ่!!!”
“อะไรกัน รู้รึเปล่าว่าเนี่ย มีแต่คนเขาแย่งกันดู ไม่ต้องยัดเยียดเลย”
ไม่ใช่นายจะพูดโอเวอร์หรอกนะครับ ขนาดผมเป็นหมาผมยังดูออกเลย นายน่ะหุ่นดีแบบนักกีฬา ไม่ได้กล้ามโตเป็นปู แต่ก็มีสวยแบบผู้ชายทุกคนต้องอิจฉา พร้อมกับซิกแพ็คที่หน้าท้องไร้ไขมัน แผ่นหลังก็เป็นมัดกล้ามเนื้อ
..กลัวจะลืม นายผมน่ะ เทควันโดสายดำนะครับ แถมมีเทรนกับพวกตำรวจเพิ่มด้วยเนื่องจากชีวิตที่แขวนไว้บนเส้นด้าย
สาวๆเลยทั้งรักทั้งหลงนายงี้ล่ะ
“รีบๆเข้าไปอาบเลยไป”
“อิจฉาล่ะซี้”นายยังคงไม่หยุด แกล้งแหย่คุณนินด้วยน้ำเสียงกวนๆ
“เฮอะ” ท่าทางว่าจะแทงใจดำเข้าจริงๆ คุณนินหน้าแดงแป๊ดหันหนีไปอีกทางเลย
นายเดินผิวปากเข้าห้องน้ำไป ก่อนจะกระชากเปิดออกมาเร็วๆให้คนที่นั่งอยู่ในห้องตกใจเล่น คนตัวกลมสะดุ้งเชียว
“เดี๋ยวนินนอนไปเลยนะ ไม่ต้องรอฉัน”
“ใครเขาจะรอนายกัน แบร่” คาดว่าคุณนินคงหมั่นไส้นายแบบทะลุปรอทครับ ถึงขั้นแลบลิ้นปลิ้นตาใส่
นายที่เห็นกิริยารั่วๆแบบไม่ได้ทำบ่อยนักของว่าที่คุณหมออดไม่ได้ที่จะฉีกยิ้มกว้างแล้วหัวเราะก๊ากออกมา
สิบนาทีผ่านไปนายก็ออกมาพร้อมกับผ้าขนหนูผืนใหญ่พันเอวไว้ โยนบอกเซอร์ในมือลงตะกร้าใบเดิม นายเปิดตู้เสื้อผ้าหยิบชุดนอนของตัวออกมาใส่ หยิบผ้าเช็ดผมที่พาดอยู่กับราวมาขยี้ผมตัวเองไม่กี่ทีก็แห้ง นายหันมาทางเตียงของตัวเองที่ถูกจับจองไปครึ่งหนึ่ง อมยิ้มออกมาเมื่อเห็นหมอนข้างถูกวางกั้นกลางอยู่
นายปรายตามองผมทีหนึ่ง
ไอ้หมอกทำหน้าแบ๊ว ส่ายหัวสุดชีวิต
แน่นอนว่าต้องเป็นฝีมือคนที่หลับไปแล้วสิครับ หมาฉลาดอย่างหมอกจะเอาหมอนข้างมาวางทำไม มีแต่ดันๆคุณนินให้เข้าไปอยู่ในอ้อมกอดนายเท่านั้นหรอก โฮะโฮะ
ผมเดินไปนอนบนฟูกตัวเองอย่างรู้หน้าที่ .. รู้สึกดีจังเลยน้า
ถึงแม้จะไม่ได้นอนบนเตียงนาย แต่นายผม ..ก็ใกล้จะมีนายอีกคนมานอนข้างๆแล้ว
ผมคิดว่างั้นนะ
นายเดินมานั่งที่เตียงอีกฝั่งที่ยังไม่มีใครจับจอง ส่ายหน้าให้คนที่นอนอยู่ก่อนน้อยๆ คงจะรู้แหละครับว่าคุณนินกั้นไว้เพราะกลัวจะซ้ำรอยกับครั้งที่แล้ว
ในเงาตาสีนิลสะท้อนเพียงคนที่เข้าสู่นิทราแล้วด้วยสังเกตเอาจากจังหวะการหายใจที่สม่ำเสมอ สายตาที่นายใช้มองคุณนินยามนี้ไม่ต้องปิดบังความรู้สึกใดๆอีกในเมื่อเจ้าตัวคงไม่ตื่นมารับรู้ มือใหญ่ข้างหนึ่งลูบกลุ่มเส้นผมนิ่มมือเบาๆ ปัดปอยผมที่ปรกดวงหน้ากลมออก ใช้ข้อนิ้วไล้ไปตามนวลแก้ม ก่อนจะแตะปลายนิ้วของตัวกับริมฝีปากสีชมพูเข้มนุ่มนวล..แผ่วเบา แล้วล้มตัวลงนอนข้างๆกัน ปล่อยหมอนข้างไว้อย่างนั้นโดยไม่ไปทำอะไรกับมัน
จากที่นายบอกคนอื่นๆในบ้านไว้ว่าจะไปเที่ยวกลับดึกมากพร้อมคุณนิน ไม่ต้องรอ เลยทำให้ไม่มีใครรอพวกเรากลับตั้งแต่เมื่อคืนและไม่มีใครมาปลุกเราตอนเช้าแม้ว่าตะวันจะลอยโด่งอยู่บนฟ้า ส่องแสงจ้าแยงตาแยงก้นหมดแล้วก็ตาม นายตื่นขึ้นก่อนแต่ยังคงนอนนิ่งๆมองคนข้างๆตัวเรียวปากบางเผยรอยยิ้มจาง
นายผม ..ท่าทางจะเป็นเอามาก
สาวคนไหนๆนายก็ไม่เคยพามาถึงห้อง นี่อะร้ายยยยยยย แค่นอนมองหน้าหนุ่มน้อยหนึ่งคน ไม่ได้ทำอะไรแถมมีหมอนข้างกั้น ยังจะยิ้มออกอีก
ไม่นานหลังจากที่นายรู้ตัว เปลือกตาบางของคนตัวกลมก็ค่อยๆปรือขึ้นทีละน้อย
อ๊ะ..ผมคงลืมบอกไปแน่เลยว่าคุณสองคนนอนหันหน้าเข้าหากันอยู่ตั้งแต่เมื่อคืน
คุณนินดูตกใจที่ลืมตาขึ้นมาก็เห็นนายมองมาอยู่ก่อนแล้ว
“ตื่นนานแล้วเหรอกฤต”
“เมื่อกี๊นี้เอง”
“แล้วไม่ลุกไปล่ะ”
“ขี้เกียจ”
คุณนินหลุดขำเบาๆกับคำตอบของนาย มือใหญ่เลยถือโอกาสยีผมคุณนินเล่นอีกจนได้ คุณนินปัดมือนายออกก่อนจะลุกขึ้นนั่ง จู่ๆคิ้วสีจางก็ขมวดเข้าหากัน นิ่วหน้าน้อยๆราวจะใช้ความคิด หลุดพึมพำเบาๆ
“..ก็นอนนิ่งดีนี่นา ..แล้วทำไม”
พนันกันไหม คุณนินคิดถึงตอนที่ตื่นมาในอ้อมกอดนายแน่เลย
“มีอะไรเหรอนิน” นายผมก็ร้ายนะ แกล้งทำเป็นไม่รู้เรื่องทั้งที่ได้ยินชัดอยู่ว่าคุณนินพูดอะไร
“อ๊ะ เปล่าๆ ไม่มีอะไรหรอก เดี๋ยวฉันไปล้างหน้าแปรงฟันก่อนนะ”
และแล้วภาพคล้ายๆเดิมก็กลับมา..คุณนินชิ่งเข้าห้องน้ำ ทิ้งให้นายนอนยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่บนเตียง
หลังจากนั้นครึ่งชั่วโมง นาย คุณนินและคุณปราชญ์ก็พร้อมกันที่โต๊ะอาหาร ข้าวต้มกุ้งร้อนๆถูกเสิร์ฟขึ้นโต๊ะไว้สามที่ ส่วนอีกที่เทลงในชามให้หมอกได้ลิ้มรสด้วย ไอสีขาวๆยังคงลอยอยู่เหนือชามเป็นสัญญาณเตือนให้ผมค่อยๆแลบลิ้นเลียทีละหน่อย อย่าเพิ่งตะกละ เงยหน้าหล่อๆของไซบีเรียนฮัสกี้ขึ้นไปหน่อยก็เห็นภาพลูกหมูน้อยเป่าปู้ดๆกับข้าวต้มในมือ ค่อยๆแลบลิ้นแตะ
..เลียนแบบผมเหรอคุณนิน
“อะไรมันจะละเลียดขนาดน้านนนน”
ผมว่า.. การได้แกล้งคุณนินมันกลายเป็นความสุขของนายไปแล้วจริงๆนั่นแหละ
“ก็มันร้อนนี่”
“เวอร์ละ มันไม่ได้ร้อนขนาดนั้นสักหน่อย”ว่าแล้วก็ตักเข้าปากโชว์
“ใครจะลิ้นจระเข้เหมือนนาย ไม่รู้สึกรู้สา”
คุณนินกับนายเถียงกันคราวนี้คุณปราชญ์ไม่ปรามนายแล้วครับ ตั้งแต่เห็นว่านายดูห่วงใยคุณนินดี ไม่ได้คิดจะจับมาต้มยำทำแกงหมูอะไรก็เลยปล่อยๆไป คาดว่าคงดูแล้วสนุกเหมือนผม
“นินกับกฤตดูสนิทกันดีนะ”
“ม่ายยยยยยยย ล่ะปราชญ์ ใครจะไปสนิทกะนายนี่กัน” คุณนินส่ายหัวดิกเลย แต่นายแค่ยิ้มๆ ถ้าเป็นก่อนหน้านี้คงเถียงคุณปราชญ์คอเป็นเอ็น
คุณปราชญ์ขอตัวกลับก่อนหลังจากจบมื้ออาหาร ทีแรกนายตั้งใจจะให้คุณปราชญ์มุดอยู่ในกองสำนวนคดีด้วยกันแต่พอคุณแม่คุณปราชญ์โทรมาตามลูกชายหัวแก้วหัวแหวนนายเลยต้องยอมปล่อยแรงงานคนสำคัญไป คุณนินเดินนำนายไปที่ห้องหนังสืออย่างที่ทำเป็นประจำ เอกสารถูกยกออกมาวางเป็นตั้ง แต่เหมือนนัยน์ตาหลังเลนส์แว่นจะสังเกตเห็นเวลาบนหน้าปัดนาฬิกาตั้งพื้นตัวใหญ่คนตัวกลมจึงเดินลิ่วๆออกไปด้านนอกพลอยให้ร่างสูงต้องตามมาด้วย
“อย่าเพิ่งดูสำนวนคดีเลยมานี่ก่อนดีกว่า”
แทนที่จะให้ความสนใจกับสิ่งที่ตัวเองบอกไว้ตั้งแต่แรก ทำเอาคนที่กำลังเปิดข้อมูลอ่านให้มองดุๆเชียว
“ไม่ต้องทำหน้างี้เลย” พูดดักคอนายพลางย้ายตัวเองมาที่โซฟาตัวยาวของห้องนั่งเล่น
ลูกหมูเปิดทีวีแล้วกดเปลี่ยนช่องด้วยรีโมทในมือ
ตัวอักษรที่เขียนว่า AXNตรงมุมซ้ายบนของจอทีวีทำให้คิ้วเข้มๆเลิกขึ้นได้ ถัดมาไม่กี่วินาทีภาพของแม็ค เทย์เลอร์ นายตำรวจหนุ่มใหญ่ผู้เอาจริงเอาจังแห่งมหานครนิวยอร์คก็สามารถลากร่างสูงให้ลงมานั่งกับโซฟา คุณนินหันมายิ้มให้อย่างเป็นต่อ
“ก็โอเคนะ ดีที่นายจำได้”นายว่าพลางยักไหล่
จากก่อนหน้านี้ที่นั่งดูกันคนละมุมของโซฟา
.. น่าแปลกที่ช่วงเวลาของการอยู่ด้วยกันทำให้ระยะห่างระหว่างคนสองคนลดสั้นลงจนตอนนี้ทั้งคู่สามารถนั่งข้างกันได้อย่างสนิทใจ
แล้วหลังจากดูไปได้ไม่กี่นาที.. นายก็เป็นคนกำจัดระยะห่างทั้งหมดลงด้วยการเอนตัวลงนอนหนุนตักคุณนิน
คุณนินโวยแค่ช่วงแรกๆสุดท้ายก็ต้องยอมเพราะนายไม่ยอมลุกไปไหน
“กินแล้วมานอน เดี๋ยวก็เป็นกรดไหลย้อนหรอก”
“ครั้งเดียวเอง ไม่เป็นไรหรอกน่า”
“ดื้อ”ทำหน้าดุหน่อยๆใส่นายด้วย คิดเหรอครับว่านายจะกลัว
“น่าจะรู้มานานแล้วนะ”ยิ้มร่ารับคำต่อว่าเลยเชียว
เมื่อรายการโปรดของทั้งสองคนจบลงก็ได้เวลาทำงานกันต่อ คุณสองคนย้ายมาที่ห้องสมุดอีกรอบ ทั้งคู่เลือกที่จะนั่งแหมะอยู่กับพื้นเอาหลังพิงชั้นไม้กันคนละฝั่ง เอกสารฉบับแล้วฉบับเล่าถูกเปิดออกอ่าน คุณนินสะกิดนายให้ดูเอกสารที่ตัวถืออยู่ในมือ นายจึงได้ย้ายจากที่นั่งตรงข้ามคุณนินมาเป็นนั่งข้างๆกันแทน
“ไง เจออะไรอีกแล้วเหรอ”
คุณนินพยักหน้ารับ อมยิ้มหน่อยๆคล้ายว่าจะภูมิใจ
“ก็คิดว่าน่าจะใช้ได้อยู่นะ”
“อืม.. สำนวนคดีเรื่องทุจริตยาของรมต.นฤเบศร์นี่นา เท่าที่อาวัฒน์บอกล่าสุดคดีนี้ยังยื่นอุทธรณ์กันอยู่ นิน นายนี่มือดีจริงๆ หยิบจับอะไรเป็นใช้ได้ตลอด ฉันสิหาไม่เจอเลย”
“แหงล่ะ ฉันมันคนดวงดี”ทำหน้าอวดๆพลอยให้คนมองยิ้มขัน เปรยมาเสียงเรียบแต่ตาพราวระยับ
“จริง ไม่มีใครมีโอกาสอยู่บ้านฉันนานเท่านายเลย”
“อันนี้ฉันดวงตกหรอก” คำแซวถึงเรื่องที่ต้องมาอยู่ด้วยกันทำให้คุณนินหุบยิ้ม
คราวนี้นายหัวเราะหึหึในลำคอ มือพลิกอ่านไปเรื่อยๆ ก่อนจะชะงักไปเมื่อด้านหลังมีเอกสารบางอย่างแนบไว้อยู่ด้วย ดวงตาคมกวาดอ่านเอกสารอย่างละเอียด เพียงไม่นานนักเรียวปากบางก็เผยรอยยิ้มถูกใจ
“เดี๋ยวฉันโทรหาอาวัฒน์กับอาปกรณ์ก่อนนะ”
นายจัดแจงโทรศัพท์ตามผู้ใหญ่ที่นายเคารพทั้งสองท่านเรียนเชิญให้มาที่บ้านตามแต่ละท่านจะสะดวก ไปๆมาๆเห็นว่าคุณปกรณ์กับคุณวัฒนาคุยกันเองด้วย และตกลงที่จะมาที่บ้านเราเวลาเดียวกันเพื่อปรึกษาและให้นายชี้แจงเอกสารที่มีรอบเดียว
เสียงรถที่ดังมาจากหน้าบ้านทำให้ผมต้องเห่าเรียกนายกับคุณนินที่นั่งอยู่ในห้องสมุดให้ออกมารับผู้ใหญ่ คนที่มาถึงก่อนคือคุณปกรณ์ นายตำรวจยศใหญ่รุ่นน้องของพ่อนาย ภาพที่ทุกคนเห็นจนชินตาไปแล้วคือชายวัยกลางคนรูปร่างสูงใหญ่กำยำ ท่วงทียังคงดูสง่าแม้ว่าวัยจะผ่านเลยมามาก ดวงหน้าคร้ามแดดลมเผยรอยยิ้มเอ็นดูขณะที่รับไหว้จากนายและคุณนิน
“เป็นยังไงล่ะเรา”ปรายตามองนายก่อนเป็นคนแรก
“ก็ดีครับอา หลังจากที่ผมเข้ารพ.คราวนั้นผมก็ไม่รู้สึกว่ามีพวกมันเข้ามายุ่มย่ามอีกนะ หรือว่าโดนพวกอาจัดการไปก่อนรึเปล่า” คุณปกรณ์พยักหน้ารับน้อยๆ
“แล้วเราล่ะนิน”
“เอ่อ.. ก็ดีครับ”
“ผมว่าเดี๋ยวเราไปคุยกันข้างในเถอะฮะอา” นายพูดพลางผายมือไปด้านในบ้าน
ไม่ทันที่ทั้งสามคนจะนั่งลงกับโซฟาห้องรับแขก คุณวัฒนาก็มาถึงพอดี ชายหนุ่มร่างท้วมรุ่นราวคราวเดียวกับคุณปกรณ์เดินเข้ามาภายในบ้าน คุณนินนั่งตัวลีบ ขยับตัวชิดเข้าหานายมากกว่าเดิมเมื่อทั้งคุณปกรณ์และคุณวัฒนามากันพร้อมหน้า ถึงแม้คนทั้งคู่จะมีบุคลิกที่ต่างกันบ้าง..แต่จุดร่วมที่เหมือนกันคือสีหน้าดุๆยามที่วางท่าจริงจังนั่นแหละ
สำหรับคนที่ไม่คุ้นเคยสักเท่าไหร่อย่างคุณนินก็เลยออกจะประหม่าอย่างเห็นได้ชัด
นายเลื่อนเอกสารที่มีไปไว้ตรงกลางโต๊ะกระจก
“นี่เป็นสำนวนคดีตอนที่ศาลชั้นต้นตัดสินครับ สำหรับผม หลักฐานที่ทางอัยการยื่นฟ้องมันดูอ่อนๆชอบกล ไม่แปลกที่จะถูกยกฟ้องฮะ แล้วนี่ก็เป็นเอกสารที่พ่อแนบไว้ด้วย”
คุณปกรณ์หยิบเอกสารที่แนบมาไปดูก่อนส่วนคุณวัฒนาเปิดสำนวนคดีออกอ่าน จากนั้นรุ่นน้องของคุณพ่อนายทั้งสองคนจึงสลับกันอ่าน
“อย่างน้อยๆคราวนี้ก็คงจัดการกับรมต.นฤเบศร์ได้แน่ๆล่ะ หรือพี่คิดว่าไง”ท้ายคำนายตำรวจใหญ่หันมาถามเอากับคนที่นั่งข้างๆ
เท่าที่ผมจำได้ รู้สึกว่าคุณปกรณ์จะอ่อนกว่าคุณวัฒนาอยู่สักปีสองปี
“ที่ดูนี่ก็มัดตัวแน่นอยู่นะ เสียวแต่ว่าจะลากลูกน้องคนสนิทสักคนมาเป็นแพะแทนรึเปล่า เดี๋ยวกรณ์ก็เอาไปใช้เลยแล้วกันนะพี่ว่า ครั้งนี้ไม่น่าพลาดแล้วล่ะ”
“ผมยังมีนี่มาปรึกษาอาด้วยน่ะฮะ พอดีนินเป็นคนหาเจอ” นายส่งแฟ้มเจ้าปัญหาที่ใช้เวลากับมันมาเป็นเดือนให้คุณวัฒนาดู
“จากที่สืบๆมา ทุกคนมีความผิด ข้อสงสัย หรือข่าวลือเกี่ยวกับการกระทำชำเราเด็กทั้งหมดครับ”
มือใหญ่ที่ปราฎริ้วรอยของกาลเวลาพลิกแผ่นซองใสของแฟ้มไปเรื่อยๆก่อนจะชะงักไปกับหน้ากระดาษหนังสือพิมพ์ที่แปรเป็นสีออกเหลืองหม่นๆตามความเก่าเก็บ
“นายสิงขร??”
นายสิงขรนี่เห็นคุณปราชญ์บอกว่าคดีที่ทำน่ะคือข่มขืนแล้วฆ่าเด็กหญิงแปดขวบ เอาข่าวเก่ามาให้นายดูเสร็จสรรพ เห็นว่าเด็กคนนั้นเป็นลูกหลานของคนในแวดวงกฎหมายเสียด้วยสิ ที่บ้านนี่ใหญ่เอาเรื่องเหมือนกัน
“นายคนนี้ทำไมเหรอครับ” คุณนินถามแทรกขึ้นมาบ้าง
ใบหน้าเข้มมีร่องรอยความอึดอัดใจฉายอยู่
“อารู้จักเขาหรือรู้จักผู้เสียหายฮะ” คำถามของนายทำให้คุณวัฒนาขยับยิ้ม
“ญาติของผู้เสียหายน่ะ”
“ใครกันครับอา”
“ตำนานของผู้พิพากษาไง”
TBC
ขอบคุณสำหรับการติดตามค่ะ ครั้งนี้ห่างจากครั้งที่แล้วมากจริงๆ
และการอัพครั้งหน้า ก็ยังบอกไม่ได้ว่าเมื่อไหร่
กะล่อนเข้าเน็ตได้บ่อยอยู่ เพราะเข้าแวบๆได้เป็นช่วงสั้นๆครั้งละไม่กี่นาที(แต่ไม่ว่างยาวๆมานั่งแต่งนิยาย) มาอ่านคอมเมนท์ มันเป็นกำลังใจให้กะล่อนได้มากๆเลย
นอกจากความรักในตัวนิยายและลูกๆที่กะล่อนแต่งแล้ว ข้อความที่ทุกคนทิ้งไว้นี่แหละที่เป็นส่วนหนึ่งให้เรื่องนี้มันเดินต่อไปได้
ขอโทษนะคะที่อัพเร็วอย่างคนแต่งคนอื่นเขาไม่ได้ เนื้อเรื่องก็เรื่อยๆมาเรียงๆ ไม่ฉับไว ไม่หวือหวา อืดเป็นเรือเกลือ
ขอบคุณอีกครั้งสำหรับการติดตามและกำลังใจที่มีให้กันมาตลอด
รักคนอ่านทุกคนนะคะ